ทำ เพื่อ ธรรม ดี

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2552

สีผิว...กำหนดขึ้นมาจากกรรมอะไร,

สีผิว...กำหนดขึ้นมาจากกรรมอะไร,

ถาม – ผิวสีถูกกำหนดขึ้นจากกรรมอะไรคะ?

มีปัจจัยหลายประการครับ ถ้าพูดแบบผิวเผินที่สุด สีของ ผิวกายในปัจจุบันชาติ สะท้อนให้เห็นสีของจิตในอดีตชาติ ถ้าสั่งสมกรรมชนิดที่ ปรุงแต่งจิตให้เป็นเมตตามากๆ ผิวพรรณก็จะออกแนวโน้มไปทางขาวละเอียด แต่ถ้า สั่งสมกรรมชนิดที่ปรุงแต่งจิตให้เป็นพยาบาทมากๆ ผิวพรรณก็จะออกแนวโน้มไปทางดำ กระด้าง

คุณสมบัติหลักๆอันเป็นเครื่องชี้ว่าจิตมีเมตตาสูง ได้แก่ ความเป็นคนโกรธยากหายง่าย และเป็นผู้สละให้คนอื่นง่ายแต่กอบโกยเข้าตัว ยาก การมีเมตตาสูงมิใช่สิ่งที่จงใจกำหนดได้เองลอยๆ แต่ต้องเป็นผู้กระทำกรรมทาง กาย วาจา ใจในทางเป็นกุศล ดังนี้


๑) ความคิดในเชิงสละมลทินออกจากจิต นับแต่ความ คิดสละความตระหนี่ ความคิดสละความผูกใจเจ็บแค้นอาฆาต และความคิดสละความเห็นผิด ทำนองคลองธรรม นอกจากนี้ยังมีทางลัดแบบภิกษุในพุทธศาสนา คือเจริญเมตตา ตั้งจิต ไว้เป็นสุขอย่างใหญ่ แล้วแผ่ไปไม่มีประมาณ กระทั่งเป็นอัปปมัญญา คือรวมจิตถึง ฌานด้วยอำนาจความสุขที่แผ่ไปทั่วทุกทิศอย่างไร้ขอบเขตนั้น หากเจริญเมตตาได้เป็น ปกติตลอดชีวิต ก็ยากที่จะเกิดโทสะเปื้อนจิตได้เกินอึดใจ อย่าว่าแต่จะยกระดับ ขึ้นเป็นความอาฆาตพยาบาทยืดเยื้อยาวนาน


๒) คำพูดในเชิงประนีประนอมประสานประโยชน์ นับแต่ คำพูดถึงความจริงอย่างตรงไปตรงมา คำพูดที่ไพเราะเสนาะหู คำพูดที่นุ่มนวลปราศจาก การให้ร้าย และคำพูดที่เปี่ยมด้วยสติไม่เพ้อเจ้อเลอะเทอะ วจีกรรมที่ขาวสะอาดจะ ปรุงแต่งจิตให้ขาวสะอาดตามไปด้วย และเป็นที่ตั้งแห่งพยาบาทได้ยากเช่น กัน

๓)
การกระทำในเชิงให้คุณ นับแต่การเก็บมือไม้และ กายส่วนต่างๆไม่ให้เบียดเบียนผู้อื่นในทางใดทางหนึ่ง ไปจนกระทั่งการใช้มือไม้ และกายส่วนต่างๆสงเคราะห์ผู้ต้องการความช่วยเหลือ แม้เมื่อให้ทานยังค้อมหลังก้ม ลงให้ ไม่ใช่โยนให้อย่างเศษเดน ความนุ่มนวลทางกิริยาจะปรุงแต่งจิตให้โน้มน้อมไป ในทางถ่อมตน ปราศจากความกระด้าง เป็นปฏิปักษ์กันกับนิสัยก้าวร้าว ไม่เป็นที่ ตั้งของโทสะและพยาบาท

กรรมขาวที่กล่าวมาข้างต้นจะทำให้ ‘ใจดี’ มีประกายเมตตา มีความ ขาว ซึ่งยิ่งประกอบกันมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้นิมิตของ ‘กาย ใน’ เป็นไปในทางขาวมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเกิดใหม่จริง พลังกรรมก็จะรวมตัวไปคุมรูปร่างและผิวพรรณวรรณะให้เหมือน กายในดังกล่าวนั่นเอง

ส่วนคุณสมบัติหลักๆอันเป็นเครื่องชี้ว่าจิตมีความพยาบาท สูง ได้แก่ ความเป็นคนโกรธง่ายหายช้า และเป็นผู้สละให้คนอื่นยากแต่กอบโกยเข้า ตัวง่าย การมีความพยาบาทสูงมิใช่สิ่งที่จงใจกำหนดได้เองลอยๆ แต่ต้องเป็นผู้ กระทำกรรมทางกาย วาจา ใจในทางเป็นอกุศล ดังนี้

๓.๑ ความคิดในเชิงสะสมมลทินเข้าจิต นับแต่ความคิด โลภเอาเข้าตัว ความคิดผูกใจเจ็บไม่เลิก และความคิดหลงสำคัญผิดอันเป็นไปเพื่อ ความฟุ้งซ่านแส่ส่าย ความมืดดำเป็นอกุศล นอกจากนี้ยังมีทางด่วนพิเศษไปสู่ความ หายนะทางจิต คือเลือกเชื่อ หรือปลูกฝังความเชื่อตามลัทธิที่ชักชวนให้หลงผิด เช่น ร่ำเรียนไสยดำ นับถือบูชายักษ์มารเป็นสรณะ ปฏิเสธบุญคุณพ่อแม่แต่หันไป เลื่อมใสบุญคุณเทพหรือเจ้าลัทธิแทน ความหลงผิดจะทำให้จิตมืด จิตมืดจะเป็นที่ ตั้งของโทสะและพยาบาทได้ง่าย

๓.๒ คำพูดในเชิงก่อโทษและเพิ่มรอยร้าว นับแต่คำ พูดบิดเบือนความจริง คำพูดก้าวร้าวหยาบคาย คำพูดให้ร้าย และคำพูดไร้สติที่ทำให้ ใจเราใจเขาพล่านไปอย่างปราศจากทิศทาง วจีกรรมที่ดำสกปรกจะปรุงแต่งจิตให้ดำสกปรก ตามไปด้วย และเป็นที่ตั้งแห่งพยาบาทได้ง่ายเช่นกัน

๓.๓ การกระทำในเชิงให้โทษ นับแต่การลงไม้ลงมือ เบียดเบียนผู้อื่นในทางใดทางหนึ่ง ไปจนกระทั่งการเก็บมือเก็บไม้ไม่ยอมสงเคราะห์ ผู้ต้องการความช่วยเหลือ การเคลื่อนไหวแบบผลุนผลันปึงปัง การนิยมวิธีใช้กำลัง บังคับผู้อ่อนแอกว่า ก็ล้วนเป็นที่มาของใจกระด้างกระเดื่อง เป็นมิ่งมิตรกันกับ นิสัยก้าวร้าว เป็นที่ตั้งอันมั่นคงของโทสะและพยาบาท

กรรมดำที่กล่าวมาจะทำให้ ‘ใจดำ’ มีความมืดชนิดแผ่รังสี อำมหิต ซึ่งยิ่งหนาแน่นเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้นิมิตของ ‘กายใน’ เป็นไปในทางดำมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเกิดใหม่ จริง พลังกรรมก็จะรวมตัวไปคุมรูปร่างและผิวพรรณวรรณะให้เหมือนกายในดังกล่าวนั่น เอง

ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ต้องกล่าวว่า ถ้า ‘กายใน’ เสื่อม ลงหรือเจริญขึ้น ขัดแย้งกับ ‘ของเก่า’ อย่าง เห็นได้ชัด คุณไม่ต้องรอเกิดครั้งหน้าก็สามารถเห็นเค้านิมิตกายใหม่ได้ผ่านผิว พรรณนี่เอง เท่าที่ผมเห็นกับตามาหลายครั้งนะครับ บางคนนี่แรกๆดูดำๆสกปรก หรือ แม้ผิวขาวก็ดูหมองไร้ราศี พอหันมาศรัทธากรรมวิบาก หมั่นให้ทานรักษาศีลเป็น นิตย์ ผิวพรรณก็เปล่งปลั่งสดใสขึ้นชนิดคนรอบข้างอ้าปากหวอกันเป็นแถว ยิ่งถ้าบุญ เก่าดีอยู่แล้ว และมาตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยว บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ไม่ผิดศีล แม้ด้วยความคิด ก็แทบเห็นจะจะชนิด ‘ขาวด้วยบุญใหญ่ข้าม คืน’ กันเลยทีเดียว


กล่าวโดยสรุป ถ้าจิตกระเดียดไปทางอารมณ์ดี จะมีกระแส เมตตาคุมรูปให้ขาวละเอียด สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าความไม่ถือโกรธมีวิบากเป็น ผิวพรรณประณีต ถ้าจิตกระเดียดไปทางเจ้าโทสะ จะมีกระแสอาฆาตคุมรูปให้ดำกระด้าง สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าความมักโกรธมีวิบากเป็นผิวพรรณทราม


<>ถาม – ผิวขาวกับผิวดำมีหลายแบบ ขาวซีดก็มี ขาวอมชมพูก็ มี ดำน่าเกลียดก็มี ดำเนียนตาก็มี อย่างนี้ขึ้นอยู่กับความต่างของเมตตาหรือ พยาบาทอย่างไรคะ?

ขอจำแนกลักษณะผิวเป็นข้อๆพร้อมกรรมอันเป็นต้นเค้าดังนี้


๑) ผิวขาวเผือด เกิดจากการมีความโกรธเบาบาง ไม่ ค่อยผูกพยาบาท ทว่าขณะเดียวกันก็เมตตาแบบงั้นๆ คือไม่ได้มีความรักเอ็นดูใน เพื่อนร่วมทุกข์ทั้งคนและสัตว์สักเท่าไร


๒) ผิวขาวอมชมพู เกิดจากการมีจิตฝักใฝ่ในเมตตา ธรรม และเป็นเมตตาที่ทอรัศมีออกมาจากความเอ็นดูรักใคร่คนและสัตว์อย่างลึกซึ้ง ขอให้สังเกตว่าคนผิวขาวสวย มักมีเนื้อหนังนุ่มแน่นและเนียนละเอียดเหมือนแผ่นหยก ด้วย ผู้มีความสมบูรณ์แบบทางผิวพรรณชนิดไร้ที่ติประเภทนี้ จะสะท้อนอดีตกรรมใน ปางก่อน คือเต็มเปี่ยมด้วยเมตตาอย่างไร้ที่ติตลอดชีวิต จึงมีกำลังส่งจากกรรม เก่าคุมรูปให้ขาวสวยอย่างยืดเยื้อยาวนาน แม้พลาดพลั้งทำบาปอกุศลก็ไม่เห็นผล เปลี่ยนแปลงเป็นความเสื่อมโทรมคล้ำหมองของผิวง่ายนัก

๓) ผิวดำขำ เกิดจากการมีเมตตาที่เจืออยู่ด้วย โทสะอ่อนๆ ขอให้นึกถึงคนปากร้ายใจดี ซึ่งก็แยกย่อยได้อีกหลายแบบ ปากร้ายน้อยใจ ดีมาก ปากร้ายมากใจดีน้อย ถ้าปกติใจดีแบบเยือกเย็น ก็จะเป็นตัวกำหนดความเนียน ของผิวมากเป็นพิเศษ

๔) ผิวดำน่าเกลียด เกิดจากการมีแต่โทสะท่าเดียว หาเมตตาทำยายาก ขอให้นึกถึงคนใจร้าย มักโกรธ โกรธง่ายหายช้า คุณจะไม่นึกไม่ออก เลยว่าจิตใจเขามีความสว่างหรือมีความเย็นกับใครได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใจร้าย แล้วปากยังพ่นเป็นแต่คำหยาบคาย ชาติถัดมาจะมีผิวพรรณทรามถึงขั้นรู้สึกเป็นปม ด้อย หรือกระทั่งเป็นโรคผิวหนังบางอย่างที่ส่งกลิ่นเหม็นผิดปกติ ชำระให้สะอาด หรือประพรมให้หอมได้ยาก

ขอให้สังเกตว่าบางคนทั้งผิวทั้งกลิ่นปากจะน่ารังเกียจ ควบคู่กัน นั่นก็เพราะกรรมทางวาจาบางอย่างมีวิบากแรง แสดงผลทั้งทางผิวหนังและ กลิ่นปากอย่างชัดเจน นอกจากนี้ แม้หันมาใฝ่ใจทำทานรักษาศีล ก็อาจต้องใช้เวลา หรือต้องใช้กำลังใจมากหน่อย ผิวพรรณจึงจะดูเปล่งปลั่งขึ้นได้ด้วยรัศมีบุญใหม่


๕) ผิวไม่ดำไม่ขาว ไม่งามไม่น่าเกลียด คือเป็น กลางๆ เกิดจากการมีเมตตาและพยาบาทในแบบที่คาดเดาได้ เรียกว่าสถานการณ์เป็นอย่าง ไรก็ใจดีใจร้ายตามกระแสโลกไปเรื่อย ไม่มีการควบคุมตัวเอง ไม่มีหลักการใดเป็น พิเศษ เช่น ถ้าโดนด่าแรงๆก็จะโกรธแรงและผูกใจเจ็บแรง พอเขามาง้อหรือขอโทษก็ค่อย อโหสิให้

แตกต่างจากพวกใจดี ที่แม้โดนเล่นงานก่อนก็ทำใจอภัยได้เอง โดยไม่ต้องมี ใครมาขอโทษ แล้วก็แตกต่างจากพวกใจร้าย ที่แม้ใครทำดีให้ก็อาจหมั่นไส้ จับผิด เพ่งโทษได้ สำหรับผิวเป็นกลางๆนี้ก็คือคนทั่วไปในระดับเฉลี่ย แปรปรวนตามกรรม ใหม่ง่าย คือถ้าทำบาปมากๆผิวอาจแปรเป็นหมองคล้ำอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าทำบุญใหญ่ๆ ผิวอาจผุดผาดขึ้นทันตา

นอกจากนี้ยังอาจมีกรณียกเว้นที่ไม่เข้าข่ายข้างต้น เช่น บางคนมีผิวดำสนิท ทั้งที่จิตใจดีงามมาก ไม่มีเค้าเลยว่าจะเคยเป็นพวกเจ้าโทสะ นั่นเป็นเพราะอดีตชาติเคยเห็นแล้วชอบใจในผิวสีแบบนั้น เป็นกรรมทางใจที่ส่งให้ไป เสวยภพของคนผิวดำสนิทได้เหมือนกัน พูดง่ายๆคือโลภะพาไป และในทางตรงข้าม หากชอบ ให้ของ ชอบให้อภัย ชอบช่วยคน มีความโลภน้อยยิ่ง ถึงแม้ขี้หงุดหงิดขึ้งเคียดเก่ง ก็อาจจะยังมีบุญฝ่ายขาวคุ้มผิวให้ขาวได้อยู่

อีกพวกคือไม่ได้เจ้าโทสะ แต่จมปลักอยู่กับความหม่นหมอง เศร้าสร้อยเป็นนิตย์ อันนี้ก็มีสิทธิ์เกิดเป็นคนผิวดำคล้ำหมองไม่น่าดูได้เหมือน กัน พูดง่ายๆคือโมหะพาไปละในทางตรงข้าม หากฝึกที่จะมีสติตื่นตัวสดใส เป็นอยู่ ด้วยความกระตือรือร้น เกิดปัญหาแล้วใช้ปัญญามากกว่าอารมณ์ อันนี้แม้อารมณ์บูด อยู่เรื่อยๆก็ไม่ถึงขั้นทำให้ผิวพรรณหยาบกร้านนัก

ขอตั้งข้อสังเกตอีกแง่หนึ่ง คือการบำรุงผิวและการรู้จัก เคล็ดลับออกกำลังกายให้เลือดลมเดินดี อาจทำให้ผิวงามขึ้น แต่จะขาดรัศมีหรือ กระแสทางใจที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านดี คล้ายคุณเห็นหุ่นขี้ผึ้งของยอดฝีมือ ไร้ที่ติ พอสัมผัสใกล้ชิดก็รู้สึกว่าขาดชีวิตจิตใจ แห้งแล้ง ไม่ชุ่มชื่น แตก ต่างจากความงามที่เปล่งออกมาจากแรงบุญ ซึ่งชวนให้เกิดความชื่นใจ รู้สึกมีชีวิต ชีวาได้ยิ่งกว่ากันมาก


ถาม – ถวายดอกบัวแด่พระภิกษุสงฆ์จะช่วยเรื่องผิวพรรณ จริงหรือไม่?
จริงครับ! แถมอาจเป็นความงามชวนตะลึงผิดธรรมดาเสีย ด้วย!

อย่างไรก็ตาม บุญที่ตกแต่งผิวให้งามแลตะลึงได้การนี้ ต้องสร้างจากความปลื้มปีติโสมนัสเป็นตัวชูโรง คือขณะน้อมถวายดอกบัวนั้น จิตต้อง หน่วงบุญไว้หนักแน่น มีความตั้งมั่น มีความสุกสว่าง มีความเบากายสบายใจ อิ่มเอม เปรมปรีดิ์กับการถวายโดยปราศจากมลทินทางใจใดๆ

ความเนียนงามของกลีบบัวที่ตาเห็น รวมทั้งกลิ่นดอกบัวที่ จมูกได้กลิ่น มักเหนี่ยวนำให้จิตผู้หญิงนึกปรารถนาถึงการมีผิวพรรณงามละเอียด พอ ไปบวกกับการมีใจยินดี คิดว่าเราจะเอาของหอมของงามนี้ถวายเป็นบูชาแด่ภิกษุผู้สูง ส่งที่วัด หรือแด่พระปฏิมาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่บ้าน นิมิตของกรรมที่เกิดขึ้นให้ รับรู้ทางใจในขณะนั้นย่อมชัดเจน เสมือนผิวกายโดยรอบกลายเป็นดอกบัวแสนหอมแสนงาม ขึ้นมาชั่วขณะ

นิมิตกรรมเกิดขึ้นก่อนในใจเรา รูปจริงๆค่อยตามมาทีหลัง ซึ่งอาจหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่เห็นทันตาชาตินี้ ในกรณีที่ไม่มีกรรมเก่ามา ต้านมากนัก แต่โดยมากบุญอันเกิดจากการอาศัยเครื่องเหนี่ยวนำจิตทำนองนี้ จะให้ผล ชัดเจนก็ต่อเมื่อเกิดใหม่แล้ว

พูดให้ง่ายคือบุญที่ตกแต่งผิวให้งามนั้น ทั้งจิตและ เจตนาต้องสอดคล้องกัน กับทั้งทำบ่อยจนขึ้นใจไปทั้งชีวิต กระทั่งนิมิตกรรมแข็ง แรงตั้งมั่น เป็นส่วนประกอบตกแต่งอัตภาพใหม่อย่างชัดเจน


คุณหนูอารมณ์ร้ายหลายคนก็เข้าเกณฑ์นี้แหละครับ ผู้หญิง ที่อดีตชาติทำบุญอันเจืออยู่ด้วยความโลภในรูปงาม ชาติถัดมาที่ความปรารถนา สัมฤทธิ์ผล บุญเผล็ดผลดังใจ ก็จะมีความทะนงหลงรูปงามแห่งตนยิ่งยวด กับทั้งยึด มั่นถือมั่นรุนแรงว่าโฉมแห่งตนเป็นเลิศกว่าใคร เพียงอวดรูปสมบัติก็เพียงพอจะชนะ ใจทุกคนได้แล้ว ความเย่อหยิ่งจึงตามมา ความเอาแต่ใจจึงตามมา ความฉุนเฉียวง่าย จึงตามมา และชวนให้คนมองไม่อยากนึกว่าผิวงามกับเมตตาจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กัน

โดยมากถ้ามักโกรธฉุนเฉียวง่าย เมื่อหมดบุญอันเกิดแต่การ ถวายดอกบัว หญิงเจ้าของผิวงามเหล่านี้มักเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว หากกรรมอัน เจือด้วยความโกรธง่ายไม่เร่าร้อนขนาดส่งถึงนรก ยังพอจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ อีกครั้ง ก็กลายเป็นหญิงผิวพรรณทราม กะดำกะด่าง หยาบกร้านไม่ชวนทัศนา ไม่เหลือ เค้า ไม่เหลือร่องรอยเดิมไปเลย

วันนี้มีทำงานอะไรทำไม????



1. อดีตชาติ ดูถูกบิดามารดา ลบหลู่ผู้มีอุปการะคุณ
ปัจจุบันชาติ ไม่ศึกษาเล่าเรียนวิชา หรือเรียนไปเล่นไป หรือชอบชักชวนให้คนอื่นหนีเรียน
อาชีพ งานกรรมกร งานหนักแต่มีรายได้น้อย งานไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีใครสน
ใจไยดี ถ้าในอดีตชาติเคยทำบุญทำทานไว้บ้าง ก็อาจจะมีอาชีพดีเด่น แต่ก็
ยังคงต้องทำงานหนัก เช่น คนขับรถประจำทาง คนขับรถบรรทุก เจ้าหน้าที่
คุมเครื่องจักรกล


2. อดีตชาติ ไม่ยกย่องบรรพบุรุษ ไม่เลื่อมใสบุคคลในประวัติศาสตร์ ไม่เห็นความต่อเนื่อง
ของความผาสุกในปัจจุบันกับความเสียสละของคนรุ่นก่อน
ปัจจุบันชาติ ไม่ทำบุญ ไม่ทำกุศล เพราะมองไม่เห็นความสำคัญ ไม่รู้จักแบ่งปันลาภผล เอื้อ
เฟื้อแก่คนข้างเคียง
อาชีพ ตัวเองเป็นผู้น้อย ต้องทำงานที่มีผู้บังคับบัญชามากหลายชั้น งานอาชีพทาง
เวรยามรักษาการณ์ เช่น ยามประตูบริษัทใหญ่ รับจ้างเฝ้ารถ เป็นเด็กรับใช้
ประจำสำนักงาน เด็กรับโทรศัพท์ เด็กประจำบันไดเลื่อน

3. อดีตชาติ ประกาศคุณงามความดีของผู้อุปการะ สนับสนุนความสามารถของคนเก่ง ไม่
ริษยาหาทางตัดรอนหนทางก้าวหน้าของคนดี
ปัจจุบันชาติ รับอาสาทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ตระหนี่แรงงาน ไม่ตระหนี่ความคิดที่จะทำประ
โยชน์แก่คนหมู่มาก
อาชีพ อาชีพที่มีชื่อเสียง ได้รับความนิยมชมชอบจากสังคม มีคนยกย่องชมเชยให้
เกียรติ เช่น นักประพันธ์ที่มีคนนิยมกว้างขวาง นักร้องชั้นนำ นักกลอน นักกวี
ที่ร้อยกรองด้วยถ้อยคำง่ายๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง


4. อดีตชาติ พิทักษ์รักษาของคนหมู่มาก เมื่อเข้าหุ้นส่วนทำงานการกับใคร แม้หุ้นส่วนคนอื่น
จะไม่เอาใจใส่ เขาก็ทุ่มเทแรงกายทำแทนหุ้นส่วน ไม่ปล่อยให้งานเหลวไหลล่าช้า
ปัจจุบันชาติ ทำบุญเลี้ยงอาคันตุกะให้ได้รับความผาสุก เลี้ยงพระเณรจากต่างอำเภอที่เข้ามา
ในเมือง เพื่อสอบธรรมสนามหลวง ต้อนรับแขกเหรื่อที่มาท่องเที่ยวหรือมาร่วม
ประชุมในท้องถิ่นของตน
อาชีพ ทำของเล็กๆน้อยๆขาย เป็นของที่มีคนใช้มาก กำไรแต่ละชิ้นน้อย อาศัยขาย
จำนวนมาก จึงร่ำรวยจากการค้าขาย ร่ำรวยจากการขายของที่มีคนใช้ทั่วไป
เช่น กระดาษชำระ ดินสอ ปากกาลูกลื่น ทอฟฟี่ ขนมปัง

5. อดีตชาติ รับใช้พระภิกษุสามเณร ให้ความสะดวกแก่สตรี เด็ก คนชรา ช่วยทำธุระให้ผู้ใหญ่
ญาติผู้น้อย ในช่องทางที่ตนถนัด
ปัจจุบันชาติ ชักชวนให้คนประพฤติดี ประพฤติชอบด้วยคำพูดด้วยการปฏิบัติเป็นตัวอย่าง
อาชีพ งานเบา แต่ได้เงินมาง่าย สะดวกสบาย มีคนทำงานทำการแทนหารายได้ให้แก่ตน
เอง ตนเองเพียงคอยควบคุมดูแลห่างๆเท่านั้น เช่น เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท
ที่ค้าขายได้กำไรงาม เจ้าของอาคารร้านค้าให้เช่า เจ้าของผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์
ปลูกไม้ดอกไม้ผลได้ประโยชน์งอกงามไพบูลย์

6. อดีตชาติ นิยมชมชอบการบุญการกุศล ทำโอกาสไปช่วยงานบุญที่คนอื่นทำเสมอ บางครั้ง
ถึงกับค้างพักแรมคืน
ปัจจุบันชาติ มีความเห็นใจผู้น้อย ไม่ดุด่าหรือใช้งานเกินกำลัง แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริวาร
เป็นครั้งคราว ให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำความดีแก่ตนเป็นพิเศษ
อาชีพ รับราชการ ทำงานองค์การ บริษัทร้านค้า มีจังหวะชีวิตที่ดี มีเหตุการณ์ช่วยเหลือ
ให้เจริญก้าวหน้าอยู่เสมอ ไม่ติดขัด ได้เป็นผู้จัดการร้านค้าตั้งแต่ยังหนุ่ม ได้เป็น
ประธานบริษัทตั้งแต่อายุไม่ถึงวัยกลางคน

7. อดีตชาติ เป็นคนขยันขันแข็งในงานอาชีพ ไม่ชอบทำบุญทำกุศล ไม่เอื้อเฟื้อต่อญาติ ไม่ลด
หย่อนอะลุ้มอล่วยแก่ลูกค้าขาประจำ
ปัจจุบันชาติ ตอบแทนให้ค่าจ้างแรงงานแก่ลูกน้อง พยายามใช้คนในบังคับบัญชาจนคุ้มค่า เกิน
ค่าแรง ไม่ติดตามดูแลสุขทุกข์ของผู้ร่วมงาน
อาชีพ อาชีพที่ต้องเหน็ดเหนื่อยแต่มีกำไรดี ต้องคอยควบคุมดูแลงานอยู่ตลอดเวลา
ปล่อยปละละเลยทิ้งไว้งานจะเสียหาย หาคนทำงานแทนตัวไม่ได้ เช่น ช่างตัดผม
ช่างตัดเสื้อ ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ พ่อค้าทำก๋วยเตี๋ยวขาย มีกำไรดี แต่ต้อง
เหน็ดเหนื่อยเป็นประจำวัน

8. อดีตชาติ ชอบหลีกเลี่ยงงานหนัก ทำแต่งานเบาๆ ทำแต่พอกินพอใช้ ไม่ชอบสะสมเก็บออม
แต่เป็นคนชอบทำบุญทำกุศล ช่วยเหลืองานเพื่อนบ้าน งานวัดหรืองานสังคมเสมอ
ปัจจุบันชาติ นิยมอยู่แต่ที่สงบ ไม่ชอบการต่อสู้แย่งชิงในอาชีพการงาน ชอบความเงียบความสบาย
อาชีพ เป็นพระสงฆ์ เป็นนักบวชที่ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ อยู่อย่างสบายไม่เดือดร้อน แต่ก็
ไม่มีอิทธิพลในสังคมแต่ประการใด หรือเป็นหัวหน้าหน่วยงานในชนบท มีอิทธิพล มี
ความยิ่งใหญ่ในหมู่บ้าน ชีวิตเงียบสงบ สะดวกสบายในสิ่งแวดล้อมที่ล้าหลัง

อาชีพเนื่องจากกรรม ร.ต.เจ้าประเวศ ณ เชียงใหม่ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

ธรรมวิถีลดเคราะห์บรรเทากรรม เสริมดวง สิริมงคลด้วยพลังบุญศักดิ์สิทธิ์


ธรรมวิถีลดเคราะห์บรรเทากรรม เสริมดวง สิริมงคลด้วยพลังบุญศักดิ์สิทธิ์:
สิทธิการิยะ พระอาจาริยเจ้าได้ถ่ายทอดธรรมวิ๔เพื่อโปรดสัตว์ให้มีสุข พ้นทุกข์พอสรุปได้ความดังนี้

๑ เรื่องบุญเรื่องบาปกรรมกำหนดที่พุทธศาสนา กล่าวไว้เป็นเรื่องจริง เพราะถ้าไม่มีบุญไม่มีบาปแล้ว มนุษย์เราต้องเกิดมาเหมือนกันหมด แต่เพราะมีบุญมีบาป จึงเป็นเช่นนั้น มีดี, ชั่ว, สุข, ทุกข์, รวย, จน, มีโชค, มีเคราะห์ ฯลฯ

๑ดังอธิบายในเบื้องต้นว่าสุก ทุกข์ เกิดจากบุญ บาป กรรมดี กรรมชั่ว ดังนั้นการที่จะหลีกพ้นจากทุกข์โทษเวรภัยเคราะห์ร้ายทั้งหลาย ก็ด้วยพลังของความดีที่ตนเองได้สร้างเป็นหลักแล้ว ยังสามารถพึ่งพระรัตนตรัย ตลอดจน เทวฤทธิ์ รวมพลังบุญศักดิ์เป็นแสงสว่างแก่ชีวิทเป็นย่อเกิดความปห่งความดีงามของตนและ คนอื่น

๑แก้ววิเศษ มี่ค่ามหาศาลประมาณค่ามิได้ เป็นที่พึ่งได้จริง คือ พระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จึงให้ตั้งนะโม นมัสการบูชาพระ ถึงไตรสรณคมณ์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สัฃฆัง สะระณัง คัจฉามิ หางศรัทธามั่งคงย่อมเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นแก้วสูงสุดในสามโลก

๑ศีลรักษาให้มีกายวาจาเป็นปรกติ ศีลล่งผลให้เกิดในที่สุขติ เทวดารักษา ไม่ไปในทางเสื่อม บางท่านบอกว่าศีลรักษายาก แต่จริงๆแล้ว ทุกท่านสามารถรักษาได้ อย่างน้อยข้อไดข้อหนึ่งก็ยังดี บางท่านมีปัญญา ก่อนนอนรักษาศีล8 ตื่นนอนรักษาศีล5 อย่างน้อยก็มีกำไรเพราะตอนนอนย่อมรักษาศีลได้อย่างแน่นอน ช่วยชำระกิเลสให้เบาบางลง ปละเป็นบุญสำคัญที่จะรองรับความดีนังให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป

๑ทานส่งผลให้มีทรัพย์ ทานมีหลายระดับแตกต่างกัน ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ พระอริยะเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระ พุทธเจ้า ย่อมมีอนิสงค์แตกต่างกันไปจนถึงสังฆทาน วิหารทาน ธรรมทาน และ จนถึงที่สุดคือ อภัยทาน ถ้าบำเพ็ญอยู่เสมอย่อมยังผลให้เกิดความคล่องตัว ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ คือ หาถาชนะอันสมควรตั้งในที่บูชา แล้วนำเงินไปใส่ไว้ในภาชนะนั้น สวดมนต์ใหว้พระ เจริญพระคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า สะสมไว้จนเต็มหรือมีโอกาศก็นำไปทำบุญ ทำทุกวันเห็นผลทั้งทางโลกและทางธรรม

๑การเจริญภาวณาก็เป็นบุญกุศลมหาศาล เพราะสามารถปราบกิเลสได้หลายตัว ตั่งแต่เริ่มตั้งตาการสวดมนต์สามารถบำเพ็ญได้ครบทั้งกาย วาจา ใจ เช่น กายพนมมือ นอบน้อม ปากสวดมนต์สรรเสริญคุณพระ ใจระลึกถึงคุณพระ ผุ้ที่สวดด้วยความเคารพตั้งใจเลื่อมใส ยังให้มีบุญประมาณมิได้ ทั้งยังเกิดสวัสดิมงคล

๑ผู้ที่ฆ่าสัตว์ใหญ่ ฆ่ามนุษย์ โดยเฉพาะทำแท้ง เป็นบาปก่อให้เกิดทุกข์อุปสรรคทั้งหลายในชีวิตนานา ประการ ให้ทำบุญด้วยพระพุทธรูปหน้าตัก 5 นิ้วขึ้นไป ผ้าขาว หรือไตรจีวรไร้อมอาหารถวายเป็นสังฆทาน อนิษฐานขอบุญพระพุทธเจ้า บุญศักดิ์สิทธิ์ นำพาดวงจิตไปวิมานบุญ ขออโหสิกรรมนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอให้มีความสุขด้วยพุทธบารมีธรรม (หรืออาจจะสร้างพระพุทธรูปหน้าตัก 5 นิ้ว อนิษฐานเป็นพระพุทธรูปบูชาอโหสิกรรมพิเศษของเราโดยเชิญดวงจิตของบุตรมาเป็น เทพรักษาประจำองค์พระ ทำการอัญเชิญด้วยการสวดพุทธคุณและพระคาถาต่างๆ ขอบุญพรพุทธเจ้าส่องนำทางขอให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน) หมั่นสวดมนต์แพร่เมตตามากๆเพื่อชำระให้จิตใจให้ใสสะอาด

๑ผู้ที่เบียดเบียนฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต มีผลให้เกิดโรคถัยไข้เจ็บอายุสั้น ควรทำบุญด้วยการช่วยชีวิตสัตว์อนิษฐานแพร่เมตตาอโหสิกรรม ทำบุญด้วยยารักษาโรค หรือ ทำบุญกับโรงพยาบาลสงฆ์ หรือ ด้านการแพทย์ บำรุงพระเณรปฏิบัติ ผู้อาพาธ เจ็บป่วย

๑ผู้ที่สมบัติฉิบหายด้วยเหตุต่างๆ จงทำใจอย่าเสียดายกับทรัพย์นั้นๆ ทำใจให้เป็นบุญมาแทนที่ให้ อนิษฐานสมบัติทั้งหลายที่สูญไปทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ขอพิจารณาบูชาแก่พระไตรลักษณะญาณ พระ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ขอสมบัติทั้งหลายทั้งทางโลก ทางธรรมหลั่งไหลเข้ามาเป็นหมื่นเท่าทวีคูณ และควรให้ทานตามโอกาส

๑บางท่านที่เป็นหนี้สงฆ์ หนี้สินทรัพย์ หนี้สิน หนี้เวรหนี้กรรม กับผู้หนึ่งผู้ได ทั้งชาติก่อน ชาตินี้ ให้อนิษฐานสร้างพระชำระหนี้ ถวายในพระศาสนา อาจจะเป็นพระพุทธรูปตั้งแต่ 5 นิ้วขึ้นไปจนถึง 4 ศอกหรือ มากกว่านั้น อนิษฐานชำระหนี้ และปิดทองคำแท้ที่องค์พระ ตั้งแต่ 3 แผ่นขึ้นไปหรือทั้งองค์ก็ยิ่งดี พร้อมปัจจัยศรัทธา เขียนหน้าซองถวายชำระหนี้สงฆ์ หนี้สินทรัพย์ หนี้สิน หนี้เวรหนี้กรรม ขอให้หมดหนี้มีสินด้วยพระพุทธรัตนไตร เป็นแก้ววิเศษประมาณมิได้

๑ทุกข์เพราะความรัก เพราะเคยทำชั่วเรื่องความรักไว้ ให้ตั้งใจรักษาศีลถือบวชแล้วเจริญปัญญาให้มากๆ
ความรักไม่ได้ทำให้ผู้ไดทุกข์ แต่ ทุกข์เพราะการยึดติด ไม่ปล่อยวางปรารถณาที่จะครอบครองจึงเป็นทุกข์
ดังนั้นจึงควรรู้จักให้รู้จักรักโดยไม่หวังผลตอบแทน และที่สำคัญจงรักตนเองให้มากๆ ทำชีวิตให้มีคุณค่า
เพื่อตนเองและคนที่เรา

ทุกข์เรื่องคู่ครอง ให้พิจรณาว่าอาจจะมีหนี้เวรหนี้กรรม ต้องชดใช้ ให้จุดเทียน 1 คู่ ธูป 5 ดอก
ดอกไม้5สี (ถ้าเป็นดอกกุหลาบได้ก็ดี) อนิษฐานบูชาพระ หากแม้นมีหนี้เวรหนี้กรรม ขอให้อโหสิกรรม
ซึ่งกันและกัน น้อมจิตระลึกถึงบุญกุศลทีเคยสร้างร่วมกันชักนำดวงจิตให้คิดดีต่อกัน แล้วแผ่เมตตาให้มากมาก
ย่อมเกิดผลดี ตลอดทั้งให้พิจารณา สิ่งที่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน อะไรควรไม่ควร แก้ไขตามเหตุผล
ไม่ใช้อารมณ์ ต้องแก้ด้วยสติปัญญา

๑ผู้ถูกหลวงลวง เพราะเคยทำกรรมชั่วทางวาจา ให้ตั้งใจรักษาสัจจะในสิ่งที่ดีงามเรื่องไดเรื่องหนึ่งเช่น
ตั้งสัจจะว่าจะสวดมนต์ทุกวันก็ทำให้ได้ พูดแต่สิ่งที่ดีงาม

๑ผู้สติไม่ดี อาจจะเพราะกรรมชั่วในสิ่งที่มึนเมา จึงให้งดของมึนเมาทั้งหลายเพื่อสร้างสติ
อนิษฐานว่าจะดื่มใจจะสูบให้น้อยลงและเลิกละ หากทำได้ก็ชนะตัวเอง

๑ผู้เลี้ยงลูกหลานไม่ได้ดีควรสั่งสมกตัญญูกตเวทิตาธรรม อธิษฐานขอพร พระแจกหนังสือธรรมะ เพื่อสั่งสอนคนให้เป็นคนดี ควรป้อนข้อมูลดีๆ ไม่ควรแช่งด่าลูกหลาน ถ้าใครแช่งด่าไว้มากมากควรสวดมนต์ ขอถอนคำแช่งด่า เปลี่ยนคำอธิษฐานในทางที่ผิดเป็นในทางที่ดี

บางท่านที่อยู่อาศัยเป็นทุกข์ ก็ให้ตั้งขันน้ำที่หน้าพระเจริญพระพุทธมนต์ต่างๆ จุดเทียนทำน้ำมนต์ เวลาดับเทียนก็ขอให้ดับความทุกข์เร่าร้อนทั้งหลาย และแพร่เมตตาพรหมวิหาร อุทิศบุญกุศลให้กับระภูมิเจ้าที่ เทวดา สรรพชีวิตทั้งหลาย อนิษฐานขอน้ำพุทธบารมีไปประพรมให้ทั่วบริเวณบ้าน ขอบันดาลให้สิ่งที่ร้ายกลายเป็นดี

บางท่านอายุถึงเบญจเพศดวงไม่ดี เนื่องจากสาเหตุไดๆก็ตามไม่ว่า ราหูเข้า พระเสาร์แทรง เราอาจจะทำพอธีบูชารับส่งรวมกันทุกพระองค์พร้อมกันทีเดียวก็ได้ โดยหาเทียนใหญ่พอประมาณ ปิดทองคำแท้ อนิษฐานเป็นเทียนเสริมดวงเสริมสิริมงคล ดวงชะตาชีวิต ให้แต่งดอกไม้ธูปเทียนภาวนา สวดอิติปิโสนพเคราะห์ เต็มสูตร บูชาเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาดวง ขอให้กลับร้ายกลายเป็นดี ที่ดีแล้วก็ให้ดียิ่งขึ้นไป อาจสวดมนต์พระคาถาต่างจนหมดเล่ม หรือ นั่งสมาธิต่อด้วยก็ยิ่งดี

๑กิจการค้าขายไม่ประสบสำเร็จ ให้พิจารณาแก้ไขตามเหตุอันสมควร หรือจะใช้วิธีช่วย คือ ธูปอนิษฐาน ให้เอาธูปที่ใช้ทั้งห่อมาทำพิธีสวดอิติปิโสนพเคราะห์และพระคาถาต่างๆ แล้วอนิษฐานขอให้เป็นธูปสารพัดดี เวลาใช้ให้จุดปักกลางแจ้งโดยใช้จำนวนตามกำลังวัน และสวดคาถาบูชาประจำวัน ตามด้วยพระคาถาอื่นๆขอในสิ่งที่ดีงาม ธูปนี้สามารถใช้บูชาพระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นอย่างดี (ดูหัวข้อ ทานส่งผลให้มีทรัพย์ ประกอบ)

๑บางท่านมีคนทักว่ามีองค์ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์รักษา ไปรับขันธ์รับพานมาปรากฏว่าไม่ดีขึ้น แย่ลงกว่าเดิม หรือถูกหลอกลวง ให้เสียเงินเสียทองอันนี้ให้พิจารณาให้ดี มีอีกวิธีหนึ่งให้จัดธูป 5 ดอก เทียน 5 เล่ม ดอกบัว 5 ดอก (ดอกอะไรก็ได้ที่หาได้) ตั้งขันธ์บูชาถึง พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาตน องค์ครูบาอาจารย์ทั้ง 108 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์เป็นมิ่งเคารพ ให้ตั้งขันธ์ 5 นี้ในวันดี เช่น วันพฤหัสบดี โดยตั้งชุมนุมเทวดา สมาทานศีล สวดมนต์บูชา และแพร่เมตตา

๑การกินมังสวิรัติ การงดเว้นเนื้อสัตว์นอกจากให้ใจเบากายเบา ย่อมช่วยปริมาณการฆ่าสัตว์ได้ ร่างกายสะอาด เทวดาย่อมรักษา ให้พิจารณาเป็นเพียงธาตุ แพร่เมตตา เพื่อไม่ให้เป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน

๑ก่อนนอนสวดมนต์ไหว้พระ ก่อนนอนอย่างสวดมนต์ภาวนา แพร่เมตตา จะยังผลให้จิตใจสบายให้นอนหลับสนิท

๑ผู้ที่นอนผันร้าย แก้ด้วยพระคาถา ดังนี้ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญ จะโยขามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตังพุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯฯ

๑ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ให้เลือกใช้ตามโอกาส ย้อมสะเดาะเคราะห์ เสริมบารมี มงคลชีวิตได้

๑ทุกสิ่งในโลกเป็นอนิจจังทั้งหมด อย่ามองแต่ภายนอกให้มองภายในใจของเราบ้าง

๑พระท่านว่าการให้ธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง มีอานิสงค์สูงสุด การสร้างหนังสือธรรมทุก1ตัวอักษรเปรียบเสมือนการสร้างพระ 1องค์ ย่อมมีเทวดามารักษา กำจัดโรคเวรโรคกรรม บรรเทาหนี้กรรมได้ทำให้เจริญรุ่งเรื่อง อนิษฐานในทางชอบธรรม จะสำเร็จสมปราถนา
--------------------
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=152634#post152634

จิต-ใจ บุญบงการ

จิต-ใจ
12-08-2005, 08:33 AM
บุญบงการ
--------------------------------------------------------------------------------

บุญบงการ
บุญ เป็นชื่อของความสุขอันเกิดจากการทำความดี เหตุที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสุข มีอยู่หลายเหตุ เช่นการศึกษา ระบบสังคม ระบบการปกครอง การสาธารณูปโภค แต่เหตุทั้งหลายเหล่านั้นไม่ใช่เหตุโดยตรง เป็นสาเหตุโดยอ้อมเท่านั้น
บางครั้งบางคราว คนเราอาจหาความสุขได้จากการทำความชั่วความเลว แต่ความสุขเช่นที่ว่านี้ไม่เรียกว่า บุญ ทั้งนี้เพราะความสุขดังกล่าว จะต้องมีกุศลในอดีตชาติเป็นรากฐาน และมีความเดือดร้อนในอนาคตเป็นผลผลักดันรออยู่เบื้องหลัง
>"กรรมใดทำแล้วเดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นไม่ควรทำ" พระบรมศาสดาแห่งศาสนาพุทธตรัสสอนอย่างนี้
ความดี ทำให้เกิด ความสุข
ความรู้ ทำให้เกิด ความฉลาด
การฝึกฝน ทำให้เกิด ความสามารถ
ความฉลาด ความสามารถของมนุษย์ ทำให้สร้างสรรค์เครื่องบำรุงบำเรอความสุขได้มากมายสารพัดสารพันชนิด เกิดภาพลวงตา เกิดความคิดลวงใจว่า ความสุขเกิดจากการศึกษาเล่าเรียน ความสุขเกิดจากความรู้และวิทยาการต่าง ๆ มนุษย์จึงตะบี้ตะบันศึกษาเล่าเรียนเป็นการใหญ่ ไม่มีเวลาว่างสำหรับพักผ่อน ไม่มีเวลาเหลือสำหรับการทำความดี เขารู้ เขาฉลาด เขามีความสามารถ แต่เขาไม่มีความสุข ทั้งนี้เพราะเขาไม่ได้ประกอบเหตุโดยตรงที่จะทำให้เกิดความสุข ศาสนาที่สำคัญทุกศาสนา ไม่ว่าจะมีจุดสูงสุดอยู่ที่นิพพาน พรหมโลก หรือสวรรค์ ล้วนสั่งสอนให้มนุษย์ประพฤติดีประพฤติชอบ ด้วยกันทั้งสิ้น ไสยศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยวิญญาณ และความสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณกับกายหยาบ ไสยศาสตร์ เน้นหนักเรื่อง วิญญาณในเรือนร่างมนุษย์ ไสยศาสตร์ไม่มีคำสั่งสอนโดยตรงเกี่ยวกับวิธีการทำบุญ ซึ่งศาสนาต่างๆ ได้สั่งสอนไว้โดยละเอียดแล้ว แต่ไสยศาสตร์ก็มีความรู้มากมายเกี่ยวกับการแบ่งแยกประเภทของบุญ
ขอเสนอความรู้เกี่ยวกับบุญ ในแง่ ไสยศาสตร์ ซึ่งแม้จะไม่ละเอียดทุกข้อ ทุกประเด็น แต่ก็หวังว่า คงมากพอที่จะทำให้ท่านเกิดความรู้ความเข้าใจ

บุญประกอบ
ในอดีตชาติ บุคคลไม่ทำบุญด้วยตนเอง แต่เป็นลูกมือจัดการทำบุญตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ เป็นลูกน้องทำทานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ชาตินี้ เกิดมาร่วมภพ ร่วมวงการ ร่วมสมัยกับเจ้านาย ก็จะได้พึ่งใบบุญของเจ้านาย เมื่อสิ้นบุญหรือพลัดพรากแยกกันไป ก็ตกอับยากจน ขายทรัพย์สมบัติ ขายของเก่าเลี้ยงชีพ

บุญกุศล
บุคคลทำบุญด้วยตนเอง กับพระภิกษุ สมณะพราหมณ์ผู้ทรงศีล ผู้ใหญ่ทรงคุณธรรมสูง บุคคลทำบุญเพื่อความดีงามของศาสนา หรือระบบจริยธรรม โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการทำบุญทำทานของตน
1) ไม่รู้จักมักคุ้นกัน หรือ
2) ไม่อยู่ในฐานะเดือดร้อนวุ่นวาย หรือ
3) ไม่ต้องระลึกจดจำความดีงามอันนั้นแต่อย่างใด
บุญกุศลมีพลังมีอานุภาพ ยกระดับเลื่อนชั้น เลื่อนฐานะสังคมของผู้กระทำบุญกุศล ป้องกันมิให้ผู้มีบุญต้องตกต่ำจากฐานะเดิม บุญกุศลมีลักษณะพิเศษ ที่เจ้าของบุญสามารถนำออกใช้หรือบริโภคผลบุญตามจังหวะเวลาที่ต้องการ บุญกุศลเก็บไว้ได้นานโดยไม่เสื่อมคุณภาพแต่อย่างใด ตามปกติการประกอบบุญกุศล จะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า เพราะต้องใช้เวลา ต้องใช้ความคิด ต้องเสียสละทรัพย์วัตถุสิ่งของ ต้องสละแรงงาน หรือความสะดวกสบายบางอย่างบางประการ

บุญจรรยา
บุคคลมีน้ำใจเอื้อเฟื้อ บุคคลมีเมตตาอารี เป็นพื้นฐานจิตใจ ทำความดี เล็กๆน้อยๆ ทุกโอกาสทุกเวลา มีความสุขจากการทำความดี มีความชื่นอารมณ์สุขสมใจจากการช่วยเหลือมนุษย์และสัตว์เลี้ยง บุญจรรยาจะให้ความสุขแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา เป็นความสุขในชีวิตประจำวัน เป็นความสุขที่ฝังแฝงปะปนอยู่ในวิญญาณ อยู่ในสายชีวิต ไม่ต้องรอเวลา ไม่ต้องรอโอกาส ไม่ต้องรอภพหน้าชาติหน้า

บุญคุณ
บุคคลมีจิตสงสารผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หวั่นไหวสะเทือนใจในความทุกข์ยากของผู้อื่น จึงได้ยอมเสียเวลา สละโอกาส แบ่งปันทรัพย์ คือวัตถุสิ่งของ แบ่งปันทรัพย์ คือ ปัญญา แบ่งปันทรัพย์ คือ ความรอบรู้ เขาช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ ดึงตัวให้พ้นจากความทุกข์ลำบาก บุญคุณ มีความเดือดร้อนของคนอื่นสัตว์อื่นเป็นแดนเกิด คนนั้นสัตว์นั้นจะมีคุณธรรมหรือไม่ ไม่เป็นปัญหาสำคัญ คงถือเป็นเรื่องบุญคุณทั้งสิ้น อานิสงส์ของบุญคุณขึ้นอยู่กับระดับจิตใจของเจ้าหนี้บุญคุณและลูกหนี้บุญคุณ ถ้าผู้กระทำเกิดปิติชุ่มชื่นใจ เมื่อเห็นคนอื่นพ้นทุกข์จากการกระทำของตน หวังเพียงแค่นั้นก็มีอานิสงส์มากเป็นอานิสงส์เช่นเดียวกับบุญจรรยา ถ้าผู้กระทำรู้สึกเฉยๆ ไม่ดีใจ จะปลื้มใจต่อเมื่อลูกหนี้บุญคุณมาทำความดีตอบแทน บุญคุณนั้นก็มีอานิสงส์น้อย ถ้าบุญคุณนั้น ผู้กระทำหวังผลมาก แล้วไปเจอลูกหนี้ขี้โกงเบี้ยวหนี้ ทรยศ เนรคุณ ไม่ยอมรับรู้บุญคุณ ความดีนั้นก็เป็นหมันไม่อาจจะงอกงามไพบูลย์ขึ้นมาได้

บุญร่วม
ความดีบางอย่างบางประการเป็นงานใหญ่ ไม่สามารถทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นไปตามลำพัง ความสามารถเฉพาะตนได้ จะต้องอาศัยสามัคคีธรรม คือความร่วมมือร่วมใจจากผู้มีน้ำใจดีอีกหลายคน ความดีนั้นเป็นสหกรรมวิบาก หรือบุญร่วม อานิสงส์จะยิ่งใหญ่ไพศาล เต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อผู้ร่วมทำบุญครั้งนั้นมาร่วมวงงานเดียวกัน ร่วมกินร่วมอยู่ด้วยกัน หากต่างคนต่างแยกกันอยู่ ไม่ข้องเกี่ยวกัน ผลบุญก็ปรากฏให้ผู้กระทำแต่ละคนได้รับเพียงหนึ่งในสามของส่วนเฉลี่ย หรือต่ำกว่านั้น คน 10 คน สมัครสมานสามัคคีกัน สร้างถาวรวัตถุไว้ในศาสนา ผลบุญ 100 ส่วน คนแต่ละคนจะได้รับผล 10 ส่วน ก็ต่อเมื่อทั้งสิบคนมาร่วมขุมนุมกินอยู่สังสรรค์สโมสรกัน ผลบุญจึงจะเต็ม 100 ส่วน หากต่างคนต่างอยู่ ผลบุญขาดสามัคคีธรรม ในสมัยก่อนเป็นพลังงานร่วม ผลบุญก็จะลดน้อยลงไป เหลือแบ่งปันกันเพียงคนละ 3 ส่วนเป็นอย่างสูง


บุญเชิดชู
ในกรณีที่คนสองคนหรือมากกว่านั้น เคยทำบุญในอดีตชาติ ต่างเทศะ ต่างวาระ แต่ว่าบุญเหล่านั้นเป็นบุญประเภทเดียวกัน เช่นเลี้ยงดูสงเคราะห์เด็กกำพร้า ต่างสำนัก ต่างประเทศบ้านเมืองกัน ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันมาเลยในภพก่อนชาติก่อน มาในชาตินี้ บุคคลทั้งสองได้มาร่วมงานอยู่กิน ณ สถานที่แห่งเดียวกัน รักใคร่ปรองดองกัน ผลบุญของทั้งสองคนซึ่งเคยร่วมประเภทบุญกันมา แม้จะต่างวาระต่างสถานที่ ก็จะเชิดชูให้ชีวิตร่วมวงงานหรือผัวเมียของบุคคลทั้งสองรุ่งโรจน์วัฒนา เพราะบุญทั้งสองฝ่ายไม่ขัดแย้งกัน บุญทั้งสองฝ่ายเกื้อหนุนอุ้มชูกัน


บุญชดเชย
บุคคลเกิดวิปฏิสาร เดือดเนื้อร้อนใจไม่ผาสุก เพราะคิดได้ว่าเคยทำบาป กลั่นแกล้งผู้มีพระคุณ ใส่ร้ายกัลยาณชน จึงได้ทำความดีงามต่อเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้น รับใช้อุปัฏฐากช่วยเหลือเจือจุนมิให้ต้องอาทรร้อนใจ ทำบุญอุทิศถวายปลดเปลื้อง ความสำนึกผิด แล้วทำดีชดเชยชดใช้ให้เช่นนี้ แม้จะไม่ลบล้างบาปกรรมได้ ก็ให้อานิสงส์ทางด้านชดเชย เกิดภพใหม่ชาติใหม่ ความเสียหายเดือดร้อน ความทุกข์ระทมขมขื่นของเขาจะได้รับความดีงามบางอย่างเป็นสิ่งตอบแทนแลก เปลี่ยน รักผู้หญิง ผู้หญิงสลัดรัก อกหักระทมตรมตรอมได้ไม่นานก็พบรักใหม่ หวานชื่นไม่แพ้รักเก่า เกิดอุบัติเหตุรถชนแข้งขาหัก เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลก็ได้รับเงินค่าเสียหาย ค่าเจ็บป่วยจากบริษัทประกันภัย ได้รู้จักมักคุ้นกับแพทย์และพยาบาลผู้รักษา ซึ่งได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในเวลาต่อมา


บุญสมดุลย์
บุญสมดุลย์หรือบุญลดบาป มีความหมายคล้ายคลึงกับบุญชดเชย ต่างกันเพียงเล็กน้อย บุญชดเชย เราทำบาป ทำความเดือดร้อนให้แก่บุคคลใดสัตว์ตัวไหน เราก็ทำบุญบำเรอความสุขให้แก่บุคคลนั้น สัตว์นั้น บุญสมดุลย์หรือบุญลดบาป เราทำบาป เราทำความลำบากแก่สัตว์หรือมนุษย์ด้วยวิธีการอย่างใด เราก็ทำความดี ทำบุญด้วยวิธีการตรงกันข้าม เคยเบียดเบียนสัตว์ ทุบทำร้าย วัว ควาย หมู หมา สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นตายไปแล้วหรือจำหน่ายจ่ายแจกแลกเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกตัวว่าโหดร้าย ไร้เมตตา ทารุณต่อสัตว์นั้น ก็อาจลดบาปด้วยการซื้อ ปู ปลา เต่า มาปล่อย ซื้อนกมาปล่อย ในวันพระวันโกน แม่บ้าน แม่ครัว จะซื้อกุ้งมาพล่า จะซื้อปลามายำก็ห้ามปรามเอาไว้ บอกว่าวันนี้มันต้องห้าม ต้องกินเจ สัตว์เลี้ยงรุ่นใหม่เลี้ยงภายหลัง ก็เอาใจใส่ดูแลสุขทุกข์ให้ข้าว น้ำ อาหาร เยียวยารักษาเมื่อเวลาเจ็บป่วย บุญสมดุลย์ ควรจะรีบด่วนทำ ก่อนที่บาปกรรมจะแปรสภาพเป็นวิบาก คือผลกรรมตามสนอง มิฉะนั้นจะแก้ไขได้ยาก เมื่อผลกรรมข้ามภพข้ามชาติเป็นวิบากมาทำลายล้าง มาทำความลำบากให้ผู้กระทำ ความรู้ทางศาสนา ความรู้ทางไสยศาสตร์ ความรู้ทางญาณจะบ่งบอกให้ผู้กระทำรู้ว่า ในอดีตชาติเขาได้ทำบาปกรรมอันใดไว้ ขณะชดใช้บาปกรรมอยู่ เขาอาจจะทำบุญสมดุลย์ เพื่อลดความเข้มข้น รุนแรงของบาปกรรมลงไป แต่บุญสมดุลย์ในลักษณะเช่นนี้ มีอานิสงส์อ่อนหย่อนยานไม่เข้มแข็งเปรียบประหนึ่งบุคคลปล่อยให้โรคภัยไข้ เจ็บเข้าจู่โจมเบียดเบียน แล้วจึงให้ยาบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งถึงอย่างไรก็สู้การป้องกันไว้ก่อนไม่ได้ ป้องกันดีกว่ารักษา เพราะว่า เราได้มีการทำบาปอยู่เสมอ ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา อันนำมาอย่างแน่นอน ซึ่งผลของบาปหรือกรรมนั้น เพราะฉะนั้น เราจึงจำเป็นต้องทำบุญ


บุญชูชีพ
บุคคลบางคน เป็นคนเลวร้ายในสายตาสังคม เป็นทรชนในสายตาของทั่วไป กระนั้นก็ตามเขาก็มิได้พบกับความวิบัติขัดข้องเหมือนดั่งที่ศัตรูของเขาสาป แช่งหวังร้ายไม่ ยังคงยืนหยัดมีกินมีใช้มีที่อยู่ที่อาศัย พอเพียงแก่อัตภาพอยู่เสมอมา ตลอดเวลาเคราะห์ร้ายจะโหมกระหน่ำโจมตีสักเพียงไรเขาก็ยังคงดำรงทรงตนอยู่ได้ ท่ามกลางมรสุมชีวิต มีผู้หวังดีให้ข้าวน้ำอาหารมีที่อยู่อาศัยแก่เขาทุกครั้ง ที่ประสบความเดือดร้อน อดอยากยากจนเขาไม่ต้องเร่รอนขอทานหรือซมซานหนี้ชีวิต ไม่ต้องคุกเข่าขอความปรานีต่อศัตรู ให้เสื่อมเกียรติเสียศรี ความดีงามของเขาเป็นจุดเด่น เป็นบุญชูชีพชีวิตไม่ให้เขาแตกดับล่มจม คนอื่นๆ มองไม่เห็นแต่เทพเจ้าล่วงรู้ เขาจงรักภักดีต่อชาติไม่ยอมขายชาติ แม้จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นแสนเป็นล้าน เขาดื่มสุราอาละวาด เอะอะมะเทิ่งไม่เกรงใจชาวบ้าน เขาเป็นคนแข็งกระด้าง อวดดี หยิ่งยะโส ใครๆ ก็เกลียดชังเขาทั้งนั้น แต่เมื่อชาติประเทศต้องการความช่วยเหลือ เขาก็ยอมเสียสละอุทิศร่างกาย เพื่อพิทักษ์รักษาชาติให้พ้นภัย บุคคลบางคนเป็นคนกิเลสหนาตัณหาจัด ชอบมั่วในโลกีย์สุขเคล้าคลุกอยู่ในอบายมุข แต่เขาเป็นคนรักษาสัตย์ยิ่งชีวิต รับปากกับใครให้คำมั่นสัญญากับผู้ใด ก็ยึดมั่นในสัญญานั้นอย่างเหนียวแน่นมั่นคง แม้เขาจะทำบาปกรรมหลายอย่างหลายประการ ต่างกรรมต่างวาระแต่ตลอดชีวิตของเขา เขาไม่เคยเสียสัตย์ คุณธรรมคือสัจจะแห่งลูกผู้ชายของเขาบริสุทธิ์ผ่องใสยิ่งนัก ไม่เคยมัวหม่นเศร้าหมองเลยแม้แต่น้อย เป็นคุณธรรมความดีเพียงประการเดียว ที่เป็นบุญชูชีพชีวิตของเขาไว้ การทำความดี รักษาความดี สละผลประโยชน์เพื่อความดี อุทิศชีวิตเพื่อความดี แม้เพียงประการใดประการหนึ่ง ความดีนั้นก็จะเข้มข้นมีพลังแรงขึ้น เป็นบารมีธรรมประดับชีวิต ถึงหากกว่า ผู้ใหญ่กลั่นแกล้ง เพื่อนชั่วร้าย นายชิงชัง จะทำให้เขายุ่งยากเดือดร้อน ก็เป็นเพียงทำให้เขาสะบักสะบอม สาหัสสากรรจ์เท่านั้น ไม่อาจทำให้เขาต้องวิบัติจมดินทรายหายสาปสูญไปไม่ เมื่อมีโอกาสงามในวันหน้า เมื่อเคราะห์ร้ายผ่านพ้นไปแล้ว เขาก็จะเจริญก้าวหน้าสืบต่อไป


บุญสืบ
บุคคลบางคนเป็นผู้มีคุณธรรมสูง เป็นผู้ที่มีสติปัญญาอย่างสมบูรณ์มีสติระลึกได้เสมอว่าที่ตนเองได้มีเกียรติ ผาสุกสนุกสบายทุกวันนี้ มีใครเป็นผู้วางรากฐานชีวิตในวัยเด็ก มีปัญญา ความรู้ ความเข้าใจ ไม่หลงลืมว่า ผลสำเร็จในหน้าที่การงานของตนหรืองานบุญกุศล มีบริวารคนใด เพื่อนฝูงคนไหน ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน เมื่อใดที่ประสบโชคลาภ หรือได้รับความสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็พิจารณาใคร่ครวญเฟ้นหาตัวบุคคล ที่เกี่ยวข้องด้วยแล้วแบ่งปันความสุข เผื่อแผ่ความสำราญให้ผู้ร่วมงานได้เงินก้อนใหญ่ก็กันส่วนหนึ่งไว้ซื้อของ ขวัญ ของกำนัล ของสมนาคุณให้แก่ลูกน้อง จัดงานเลี้ยง งานสังสรรค์สโมสร ขึ้นในบรรดาผู้ร่วมงาน ไม่อุบนิ่งทำเฉยบริโภคผลประโยชน์แต่ลำพังเพียงคนเดียว ได้เครื่องบำรุงความสุขแบบ แปลกๆ ใหม่ๆ ใช้สะดวก ก็เอาไปติดตั้งไว้ในบ้านพ่อแม่ หรือผู้มีพระคุณ รับตัวญาติผู้ใหญ่ หรือพี่เลี้ยงในวัยเด็กไปเที่ยวเตร่พักผ่อนหย่อนใจในวนอุทยานแห่งชาติ หมู่บ้านชายทะเล บ้านพักตากอากาศบนภูเขา
คัดลอกจากหนังสือ โดย คุณ จิโรจน์ ภาคคีรี
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=19853

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

คาถากงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวเก่า

คาถากงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวเก่า

ของ

สำนักสหปฏิบัติ ฯ (ธวัช  คณิตกุล)

 
 

การ โกงกินกัน เป็นกงเกวียนกำเกวียน เป็นกรรมเก่าเกวียนเก่า หญิงโกงชาย ชายโกงหญิง ชายโกงชาย หญิงโกงหญิง โกงกันไป โกงกันมา โกงกันมา โกงกันไป กลายเป็นกงเกวียนกำเกวียน เป็นกรรมเก่าเกี่ยวเก่า

การ ทรมานกัน เป็นกงเกวียนกำเกวียน เป็นกรรมเก่าเกี่ยวเก่า หญิงทรมานชาย ชายทรมานชาย หญิงทรมานหญิง ทรมานกันไป ทรมานกันมา ทรมานกันมา ทรมานกันไป กลายเป็น กงเกวียนกำเกวียน เป็นกรรมเก่าเกี่ยวเก่า

การ ก้ำเกินกัน เป็นกงเกวียนกำเกวียน เป็นกรรมเก่าเกี่ยวเก่า หญิงก้ำเกินชาย ชายก้ำเกินหญิง ชายก้ำเกินชาย หญิงก้ำเกินหญิง ก้ำเกินกันไป ก้ำเกินกันมา ก้ำเกินกันมา ก้ำเกินกันไป กลายเป็นกงเกวียนกำเกวียน กรรมเก่าเกี่ยวเก่า

การ โกงกินกัน ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใน การทรมานกันด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใน การก้ำเกินกันด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เกิดจากกายวิปริต เกิดจากจิตวิปลาศ

กายวิปริต เกิดจากกายค้านกาย การทรมานการ แล้วกลายเป็นกายวิปริต

จิตวิปลาส เกิดจากจิตค้านจิต จิตทรมานจิต แล้วกลายเป็นจิตวิปลาส

การ ค้านจิต จิตค้านกาย กายทรมานจิต จิตทรมานกาย ค้านกันไป ค้านกันมา ค้านกันมา ค้านกันไป ทรมานกันมา ทรมานกันไป ทรมานกันไป ทรมานกันมา กลายเป็นกายวิปริต กลายเป็นจิตวิปลาส

กาย วิปริต จิตวิปลาส จากอดีตภพ อดีตชาติ อดีตสมัย กลายเป็นโกงกินกัน กลายเป็นทรมานกัน กลายเป็นก้ำเกินกัน แล้วกลายเป็นกงเกวียนกำเกวียน เป็นกรรมเก่าเกี่ยวเก่า กงเกวียนกำเกวียน กรรมเก่าเกี่ยวเก่า ที่เกิดการโกงกินกัน การทรมานกัน การก้ำเกินกัน ระหว่างหญิงและชาย ชายและหญิง ชายและชาย หญิงและหญิง กลายเป็นวิบากกรรม

วิบากกรรม  คือ กรรมเก่าที่ทำให้ลำบากสี่ประการ ที่มนุษย์ต้องพบพาน คือ

เจ็บ ป่วยทุกข์ทรมานด้วยโรคาพยาธิ ปัญหาอาชีพการงาน การเงิน ปัญหาคู่ครองความรัก ความใคร่เสน่หา และปัญหาบุตรบริวาร มีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา ทั้งสี่ประการที่กล่าวมานี้ เป็นวิบากกรรมธรรมดาสามารถที่จะผ่อนจากหนักให้เป็นเบาจากเบาเป็นหมดสิ้นไป หรือจะอโหสิกรรมให้ซึ่งกันและกน ก็ย่อมกระทำได้ ถ้าผู้หนึ่งผู้ใด ไม่กระทำการโกงกินกันใหม่ในปัจจุบันชาติ ไม่กระทำการก้ำเกินกันใหม่ในปัจจุบันชาติ ไม่ทรมานกันใหม่ ในปัจจุบันสมัย จะไม่พบกับมหาวิบากกรรม ถ้าผู้ใดกระทำการโกงกินกัน กระทำการทรมานกัน กระทำการก้ำเกินกัน ในปัจจุบันชาติ ปัจจุบันภพ  ปัจจุบัน สมัยจะกลายเป็นกงเกวียนกำเกวียน กรรใหม่เกี่ยวใหม่ กงเกวียนกำเกวียนกรรมใหม่เกี่ยวใหม่ เข้าผสมผสาน กับกงเกวียนกำเกวียน กรรมใหม่เกี่ยวเก่า คราวนี้กลายเป็นมหาวิบากกรรม มหา แปลว่าใหญ่ วิบากกรรม แปลว่ากรรมที่ทำให้ลำบาก รวมความแล้ว ก็คือ กรรมที่ทำให้ลำบากอย่างใหญ่หลวง เป็น มหันตพิษ คือพิษที่ร้ายแรง เป็นมหิทธิภัย คือ ภัยที่มหาศาล มีจำนวน กรรมเท่าเก่า แต่เพิ่มความรุนแรงขึ้นนับ จำนวน ไม่ถ้วนเท่า

มหาวิบากกรรม ข้อที่หนึ่ง ได้แก่เจ็บป่วยด้วยโรคาพยาธิแต่เป็นการเจ็บป่วยที่ยากแก่การรักษา และหาสาเหตุไม่พบ

มหาวิบากกรรม ข้อที่สอง เกี่ยวกับเรื่องอาชีพ การงาน และการเงิน มีเหตุให้มัวหมอง พบกับความทุกข์ทรมานยากจนข้นแค้นแสนสาหัสสากรรจ์

มหา วิบากกรรม ข้อที่สาม เกี่ยวกับเรื่องของความรักความใคร่ มีอันเป็นไปร้อยแปดพันประการ ไม่สมความปรารถนากับเขาสักที ทั้ง ๆ ที่มีสิ่งที่ดีดีมากหลายประการ

มหา วิบากกรรม ข้อที่สี่ เกี่ยวกับบุตรบริวาร ต่อให้มีบุตรบริวารมากมายก่ายกองสักปานใด แต่ก็มีอันเป็นไป หาที่พึ่งพิง หรือหาบุตรบริวารที่ดีจริง ๆ ไม่ได้เลย

มหา วิบากกรรมทั้งสี่ เป็นอันตรายอย่ามหาศาล ถ้าผู้ใดต้องการความสงบสุขในบั้นต้นชีวี ความสบายกายในตอนกลาง ชีวาความไม่ทุกข์ทรมานตอนปลายชีวิต อย่าคิดทำกรรมใหม่ด้วยการโกงกินกันการทรมานกันการทรมานกันการก้ำเกินกัน ดังกล่าวมาแล้วทุกประการ

คาถาที่สวดมาทั้งหมดนี้ ปรากฏป็นคาถาของเทพ เทพกำหนดกฎเกณฑ์ให้เรียกว่า "คาถากงเกวียนกำเกวียน กรรมเก่าเกี่ยวเก่า"ผู้ใดนำไปสวด ไปเล่าขานให้ผู้อื่นได้ฟัง ได้ยินอยู่เป็นนิจสิน จะทำให้เกิดเป็นสิริมงคลชัยแก่ชีวิต และบุตรบริวารตลอดไป